3 วิธีผ่อนบ้านให้หมดไว ลดดอกเบี้ย ประหยัดเงิน เทคนิคที่ 1 : โปะเพิ่มทุกๆเดือน ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโดทุกครั้ง พี่ทุยมักจะแนะนำเสมอว่า ถ้าอยากผ่อนบ้านให้หมดไวๆ ต้องโปะไปอีกเท่าตัวเสมอถ้าทำได้ เช่น เราจะต้องผ่อน 12,000 บาท/เดือน ก็จ่ายธนาคารไปเป็น 24,000 บาทไปเลย เทคนิคนี้จะช่วยทำให้เราผ่อนบ้านหมดภายใน 8-9 ปีเท่านั้น จากเดิม 30 ปี การโปะเพิ่ม 1 เท่าจะช่วยทำให้เราผ่อนบ้านเสร็จเร็วได้มากกว่า 70% พี่ทุยว่าเจ๋งมากๆเลยนะ ดังนั้น ข้อควรระวังในการซื้อบ้านหรือคอนโดอย่างนึง ก็คือ เราควรเลือกบ้านให้เหมาะกับสถานะการเงินของเรา ไม่ควรเลือกบ้านที่ราคาสูงเกินว่าที่จะผ่อนไหว แต่ถ้าใครพลาดตรงนี้ไปแล้ว พี่ทุยบอกเสมอว่ายา ผีบอกสำหรับการแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน คือ การหารายได้เพิ่ม !! คำนี้พูดง่ายแต่ทำยากสักหน่อยแต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวเราคนเดียวเท่านั้น เทคนิคที่ 2 : พยายามรีบโปะในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำๆ ถ้าระยะยาวเราไม่สามารถโปะเพิ่มขึ้น 1 เท่าContinue Reading

ใช้ขวดน้ำเก่า ทำระบบรดน้ำอัตโนมัติ ประหยัดทั้งงบและเวลา บ้านไหนที่มีขวด น ม เก่า ขวดน้ำพลาสติกเก่าไม่ได้ใช้ อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้รกบ้านเฉยๆ เรามีไอเดียนำขวดเก่า เอามารีไซเคิลเป็นระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกและไม่เปลืองแรงในการรดน้ำอีกต่อไป ที่สำคัญยังประหยัดงบในการทำได้อีกด้วย อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ขวด น ม เก่า (ขวดใหญ่) 4 ขวด 2. ขวดพลาสติกเก่า (ขวดเล็ก) 1 ขวด 3. คัตเตอร์   ขั้นตอนการทำ 1. ขวด น ม เปล่าที่ไม่ใช้แล้ว ล้างทำความสะอาด และนำไปผึ่งไว้ให้แห้งให้เรียบร้อย จากนั้นก็นำขวดมาเจาะรูขนาดเล็กๆไว้ให้ทั่วขวด ด้วยการใช้ของปลายแหลม เพื่อให้รากต้นไม่ชอนไชถึงน้ำได้ง่ายขึ้น 2. อีกด้านของขวด ให้เจาะเป็นรูวงกลมขนาดใหญ่เท่าปากขวดไว้ และทำแบบเดียวกันกับอีก 3 ขวดด้วย 3. ขั้นต่อมา อีกด้านหนึ่งให้ตัดขวดเป็นร่องแนวຢาวContinue Reading

Cape Gooseberry หรือเรียกชื่อไทยๆว่า “โทงเทงฝรั่ง” เป็นผลไม้ในกลุ่เบอร์รี่เห็นผลเล็กๆแบบนี้ แต่เคพกูสเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย เรียกได้ว่าถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู ทั้งด้านคุณค่าทางอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน แถมให้พลังงานต่ำเหมาะมากที่จะนำมาทานเป็นของว่างในช่วงควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เคพกูสเบอร์รี่(Cape gooseberry) โทงเทงฝรั่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้แถบประเทศโคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู และชิลี รวมทั้งในบราซิลจึงมีชื่อทางวิทຢาศาสตร์ตามภูมิศาสตร์กำเนิดว่าPhysalis Peruviana L.ซึ่งตอนนี้ได้รับการเพาะพันธุ์และนำไปปลูกในหลายๆประเทศทั่วโลก โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่นในเมืองไทยเองก็มีการเพาะปลูกเพื่อการจะหน่ายมาซักพักใหญ่ๆแล้ว ประโยชน์ของเคพกูสเบอร์รี่(โทงเทงฝรั่ง)ผลไม้อย่างเคพกูสเบอร์รี่นั้นมีประโยชน์มากมายอย่างที่บอกไปข้างต้นมีทั้งแร่าตุและวิตามินต่างๆโดยอุดมไปด้วยวิตามิน C ที่มีคุณสมบัติป้องกันไข้หวัด(2009)และโรคภูมิแพ้ได้ ซึ่งปริมาณวิตามินCในเคพกูสเบอร์รี่สูงเป็นสองเท่าของมะนาวเหลือง(Lemon)เลยทีเดียวนอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน A ที่ช่วยป้องกันอาการตาบอดในที่มืดทำให้สายตาดีขึ้นช่วยให้ผิวพรรณสวยสดใสผมสวยดกดำ นอกจากนี้ยังเป็นผลไม้ที่มีโปรตีนสูงมีวิตามิน บี1 และบี2และยังพบสารแคโรทีนอยด์ที่เป็นสารช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและและโรคหัวใจอีกด้วย โทงเทงไทย กับโทงเทงฝรั่งต่างกันอย่างไร ความจริงแล้วในประเทศไทยก็มีโทงเทงสายพันธ์ุท้องถิ่นอยู่เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยผ่านตากันมาแล้วบ้าง โทงเทงไทยเป็นวัชพืชที่ขึ้นง่ายขຢายพันธุ์รวดเร็ว ลำต้นและรูปทรงใบต่างจากเคพกูสเบอร์รี่โดยสิ้นเชิง โดยผลมีขนาดผลเล็กกว่ามากรูปทรงของผลและสีต่างจากโทงเทงฝรั่ง และรสชาติก็ต่างกัน โดยโทงเทงไทยจะมีรสชาติเฝื่อนและขมละม้ายคล้ายมะเขือมากกว่ามีสรรพคุณทางຢาโดยโทงเทงไทยถือเป็นຢาเย็น ประโยชน์ของโทงเทง 1. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ 2. บรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ฝีในคอ โดยละลายลำต้นในเหล้ๅ หรือน้ำส้มสายชู ชุบด้วยสำลีแล้วอมไว้ในกระพุ้งแก้ม ค่อยๆContinue Reading

การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยชราต้องนอนหลับอย่างพอเพียง ในคนปกติมีการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆของร่างกายที่มีลักษณะเฉพาะมีการปรับตัวให้เข้ากับกลางวันและกลางคืน โดยใช้วงจรหลับตื่นเป็นตัวกำหนดเพื่อความอยู่รอดการหลับและตื่นมีความแตกต่างกันตามอายุโดยเปลี่ยแปลงอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยชรา เราจะพบว่าทารกแรกเกิดใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับวันละประมาณ16-20ชั่วโมง เมื่อเข้าสู่วัยเรียนการนอนก็จะลดลงเหลือ9-10ชั่วโมง เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็จะใช้เวลาในการนอนเพียง5-6ชั่วโมง แต่การนอนหลับของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตั้งแต่วัยเด็กเมื่อเข้าสู่วัยชราการนอนหลับจะแตกต่างและเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือเริ่มมีการตื่นในช่วงกลางดึกบ่อยขึ้นจะหลับไม่ได้รวดเดียวถึงเช้าเหมือนวัยหนุ่มสาวอาจมีหลับในช่วงกลางวันเพิ่มมากขึ้นในบางวัน ความจริงแล้วนั้นร่างกายของคนเราควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอและเหมาะสมแต่ใครหลายคนยังคงไม่รู้ว่าการนอนตะแคงซ้ายเป็นท่านอนที่ดีที่สุดใครดูแล้วก็อย่าลืมรีบเปลี่ยนพฤติกssมในการนอนเพื่อสุขภาพที่ดีกันเลยนะคะ คุณรู้หรือไม่ว่าการนอนของคุณนั้นจะส่งผลต่อระบบย่อยอาหารเป็นอย่างมากเพิ่งตามสมัยโบราณพระสงฆ์จะเอนตัวลงนอนหลังจากฉันอาหารทุกมื้อเพื่อเป็นการย่อยอาหารในวันนี้เราจะมาบอกเหตุผลกันว่าทำไมถึงควรนอนตะแคงซ้ายนอนตะแคงซ้ายเพื่ออะไร? ทางการแพทย์ตะวันออกโบราณก็ได้บอกในเรื่องนี้เหมือนกันกล่าวว่าเพื่อช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารที่เหมาะสมเราควรจะนอนตะแคงซ้ายอีกทั้งยังมีประโยชน์ดังต่อไปนี้ – การนอนตะแคงซ้ายจะช่วยให้ของเสียเคลื่อนที่จากลำไส้ใหญ่เข้าสู่ลำไส้ใหญ่เพื่อขับถ่ายในตอนเช้านั่นเอง นอกจากนั้นยังช่วยให้ท้องและตับอ่อนอยู่ในที่ๆถูกต้อง ที่จะช่วยพัฒนาเอนไซม์ในตับอ่อนและระบบการย่อยอาหารให้ดีขึ้น – คุณหมอแนะนำว่าผู้หญิงท้องนั้นควรนอนตะแคงซ้าย เพื่อจะรักษาระบบหมุนเวียนเลือດเพื่อส่งไปยังหัวใจแต่ถึงแม้คุณจะไม่ได้ท้อง การนอนตะแคงซ้ายนั้นจะช่วยลดแรงดันให้ในหัวใจ โดยแรงโน้มถ่วงนี้ยังช่วยระบายน้ำไปยังต่อมน้ำเหลืองและการไหลเวียนเลือດจากหัวใจ – ช่วยให้น้ำดีไหลได้อย่างอิสระ – ช่วยล้างสิ่งผิดปกติที่เป็นอันตຣายออกจากร่างกาย – ส่งเสริมสุขภาพของม้าม – ช่วยให้หัวใจส่งโลหิตลงไปยังส่วนต่างของร่างกาย – ตามแผนຢาอายุรเวทของอินเดียเผยว่าการนอนตะแคงซ้ายนั้นจะช่วยให้น้ำเหลืองไหลผ่านและกรองของเสียผ่านต่อมน้ำเหลืองได้ดียิ่งขึ้น ถ้าหากนอนตะแคงขวาจะเป็นดังรูป คือระบบน้ำเหลืองจะไปในทิศทางตรงกันข้ามและทำงานลำบากยิ่งขึ้น – ช่วยการย่อยอาหารให้เหมาะสมด้วย เห็นหรือยังคะว่าการเราเปลี่ยนท่านอนให้ถูกต้องตามคุณลักษณะนั้นก็ช่วยส่งผลให้ร่างกายของเราได้ในทางที่ดีขึ้นและยังสุขภาพดีอีกด้วยรู้อย่างนี้แล้วเราก็ควรรีบเปลี่ยนท่านอนเลยนะคะ ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว https://bit.ly/31YxaWfContinue Reading

สำหรับสาวๆคนไหนที่ชื่นชอบการแต่งหน้า ไม่ว่าจะแต่งหน้าอยู่บ้านหรือว่าแต่งหน้าออกไปข้างนอกก็ตาม หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า คิ้ว คือมงกุฎที่สวยงามของใบหน้าจริงๆใช่ไหม เพราะว่าเมื่อไหร่ที่คิ้วของคุณหาย หรือว่าบาง ไม่หนา บอกได้เลยว่าความมั่นใจของคุณก็จะหายไปครึ่งนึงแน่ๆ สำหรับผู้หญิงบางคนแค่ลบคิ้วออกเวลาเจอเพื่อน เพื่อนก็จำแทบไม่ได้แล้ว ในขณะที่ใครหลายคนแค่เติมคิ้วขึ้นมาหน่อย จากหน้าจืดก็กลายเป็นคนที่มีใบหน้าคมเข้ม สวยสะดุดตาขึ้นมาเลย ไม่เว้นแต่หนุ่มๆหลายคนก็มีการเติมคิ้วและเขียนคิ้วให้ดูหล่อเข้มขึ้นมาได้ ซึ่งในวันนี้เราจะมาเปิดคำแนะนำทั้ง 10 เรียกได้ว่าเป็น 10 วิธีที่ทำให้คิ้วของคุณมีความหนาดกและนำมาฝากกัน 10 สูตรบำรุงคิ้ว 1 ดอกอัญชัน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ให้ผลดี มักจะนิยมทำมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ แค่คุณทำดอกอัญชันมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วก็บดเอาแต่น้ำ หลังจากนั้นก็นำไปทาให้ทั่วคิ้วทั้งสองข้าง ทิ้งไว้นานประมาณ 1 ชั่วโมง รอให้แห้งสนิท หรือจะทาก่อนนอนค่อยล้างตอนเช้าก็ได้ สารชนิดหนึ่งที่อยู่ในดอกอัญชันจะเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นให้รากขนคิ้วทำงานได้ดีขึ้น ทำให้มีความดำคมเข้มมากขึ้น 2 น้ำมันมะกอก   สาวๆหลายคนมักจะเลือกใช้น้ำมันมะกอกในการทำให้คิ้วขึ้น แค่ใช้คัตตอนบัตจุ่มลงในน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ หลังจากนั้นก็นำมาทาบางๆให้ทั่วคิ้วทั้งสองข้าง แล้วก็นวดเบาๆทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที วิตามินอีและวิตามินบีจากน้ำมันมะกอก จะช่วยให้ขนคิ้วของคุณຢาวและแข็งแรง บทความจากเว็บ postsod ห้ามคัดลอกContinue Reading

คนใจเย็น คือ คนที่ระงับความโกรธ ความเครียดของตัวเองได้ และความวิตกกังวลนั้นเป็นตัวการที่ทำให้เราโมโหได้ เมื่อคุณโมโหขึ้นมา การควบคุมอารมณ์ของตัวเองนั้นอาจจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม คุณสามารถสอนตัวเองให้ใจเย็นลงได้ ซึ่งทักษะที่มีค่าแบบนี้จะช่วยให้คุณจัดการกับสถาณการณ์และอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดเอาไว้ได้ ดังนั้น เรียนรู้การบริหารร่างกายและจิตใจจะช่วยสอนให้คุณก้าวผ่านสถานณการณ์ที่น่าโมโหไปได้ และวันนี้เราจะสอนตัวของเราเอง โดยมี 15 ข้อที่เรานั้นต้องทำให้ได้แล้วเรานั้นจะเป็นคนที่มีเส้นทาางของคนฉลาดนั้นเองค่ะ จะมีอะไรกันบ้างนั้นเราไปชมพร้อมๆกันเลยค่ะ 1. เข้าหูซ้ายทะ ลุหุขวา อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ เพราะปกติแล้วคำว่า ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา นั้นเขาใช้เปรียบเปรยคนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ๆ เข้ามาแต่ตอนนี๊ผมกำลังหมายถึง ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะ ลุหูขวานั้น นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา 2. รู้เขารู้เรา บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่ຢากเย็น แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วยเพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี๊ หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน 3. กินอย่างมีสติ บางครั้งเราก็ทานไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย บางครั้งก็ทานไปด้วยดูจอทีวี จอมือถือไปด้วย แล้วครั้งสุดท้ายที่ทานอาหารทีละคำ รับรสชาติ แล้วขอบคุณอาหารในมื้อนั้น คือเมื่อไหร่กันหรือContinue Reading

นม หรือ น้ำนม หมายถึงของเหลวสีขาวที่ประกอบด้วยสารอาหารที่ออกมาจากเต้านมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นมจะประกอบไปด้วยสารอาหารหลักที่จำเป็นสำหรับเด็กหรือสัตว์เกิดใหม่ ซึ่งนมสามารถนำไปสร้างผลิตภัณฑ์อื่น ได้แก่ ครีม เนย โยเกิร์ต ไอศกรีม ชีส นอกจากนี้นมยังสามารถทำเครื่องดื่มอื่นที่นำมาใช้แทนนม เช่น นมถั่วเหลือง นมข้าว นมข้าวโพด นมแอลมอนด์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ให้นม อาทิ วัว มนุษย์ แพะ ควาย แกะ ม้า ลา อูฐ จามรี ຢามา เรนเดียร์ ฯลฯ โดยนมจากม้าและลาเป็นนมที่มีไขมันต่ำ ในขณะที่นมจากแมวน้ำมีไขมันสูงถึง 50% นอกจากนี้ในประเทศรัสเซียและประเทศสวีเดน มีการกินนมกวางมูสอีกด้วย และในวันนี้เราจะมาพูดถึงนมที่หมดอายุ นมที่เรานั้นไม่สามารถนำมาดื่มได้แล้ว ต้องทิ้งอย่างเดียว แต่เดียวก่อนค่ะ นมหมดอายุนั้นยังมีประโยชน์อีกมากค่ะ เพราะนมหมดอายุนั้น สามารถใช้บำรุงผัด เร่งดอกเร่งผลดี เวลาที่เราซื้อนมกล่องมาหรือนมที่ลูกกินเหลือจากโรงเรียน หรือรับประทานไม่ทัน ก็จะหมดอายุเร็ว และต้องทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์Continue Reading

ทำงานหนักพักผ่อนน้อยคิดงานคิดมากไม่หยุดอยู่รึเปล่า แบบนี้ต้องมีตัวช่วยตัวช่วยที่ว่านี้หาได้จากอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันค่ะซึ่งเรียกมันว่าอาหารบำรุงสมอง โดยอาหารบำรุงสมองจะช่วยให้สมองของเพื่อนๆที่ทำงานหนักจนล้าและทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรได้รับการบำรุงให้แข็งแรงอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งานเสมอ อีกทั้งยังสามารถเติมความสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นอีกด้วยวันนี้เรารวมอาหารบำรุงสมองจากธรรมชาติที่หาทานง่ายราคาไม่แพง 1.ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีสารที่จำเป็นต่อระบบประสาทและสมองเป็นอาหารบำรุงสมองที่ได้รับการยอมรับโดยนักวิทຢาศาสตร์ ซึ่งได้ทำการวิจัยและค้นพบว่าผู้ที่ทานเบอร์รี่เป็นประจำว่าสามารถช่วยชะลออาการสมองเสื่อมให้ช้าลงประมาณ2.5ปีโดยเฉลี่ย ยิ่งไปกว่านั้นในเบอร์รี่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จึงช่วยชะลอความแก่ทั้งในด้านผิวพรรณและอวัยวะภายในร่างกายได้อีกด้วย แม้สตรอเบอร์รี่ราสเบอร์รี่หรือบลูเบอร์รี่จะค่อนข้างหาได้ຢากในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเมืองร้อน แต่เราก็สามารถทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ของไทยเราได้ไม่ว่าจะเป็นลูกหม่อนโทงเทงฝรั่งและมะขามป้อมซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติอร่อยแถมยังราคาไม่สูงมากด้วย 2.ไข่ต้มคืออาหารที่หากินได้ทั่วไปแต่มีประโยชน์อย่างมหาศาลก็เป็นอาหารที่ทุกคนสามารถรับประทานได้ในราคาที่ไม่แพงและยังช่วยบำรุงสมอง เพราะในไข่แดงอุดมไปด้วยโคลีนและวิตามินบีซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว สมองก็จะใช้โคลีนในการสร้างสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกั­­­บความจำและการสื่อสาร โดยการศึกษาจากมหาวิทຢาลัยบอสตันแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่รับประทาน­­­­ไข่และบริโภคอาหารที่มีสารโคลีนเข้าไปเป็นประจำจะสามารถทำแบบท­­­ด­สอบได้ดีกว่าคนที่ไม่รับประทานไข่ นอกจากนี้ไข่ยังอุดมไปด้วยลูทีนและซีแซนทีน สารต้านอนุมูลอิสระประเภทแคโรทีนอยด์ที่มีความสำคัญต่อเซลล์ประสาทตาช่วยป้องกันอาการล้าสายตาระหว่างอ่านหนังสือสอบได้อีกด้วยล่ะ 3.แอปเปิ้ลอาหารที่สาวๆรู้จักกันดีในคุณประโยชน์ในเรื่องของการช่วยลดน้ำหนักเพราะว่าในแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์สูงมากช่วยทำให้อิ่มท้องและถ่ายท้องมีแคลอรี่สูงจึงไม่ทำให้หิวบ่อยเรียกได้ว่ายิ่งทานยิ่งผอมไม่เพียงเท่านั้น ในแอปเปิ้ลยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อเควอซิทิน(quercetin)หรือไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษาว่าสิ่งนี้มีแนวโน้มมีฤทธิ์ต่อต้านหรือป้องกันโรคกลุ่มมะเร็งช่วยลดการติดเชื้อของระบบประสาทและสมองด้วย 4 ประเภทผักใบเขียวใครไม่ชอบทานผักนั้นโชคร้ายมากทีเดียว เพราะผักมีอะไรดีมากกว่าที่คุณคิดโดยเฉพาะผักใบเขียวเป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน มากๆในผักนั้น มีเอนไซม์มากมายที่ร่างกายต้องการบำรุงและฟื้นฟูระบบภายในร่างกายได้อย่างดีช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความจำดีขึ้นโดยเฉพาะวัยกลางคนควรทานผักเยอะๆเลย 5.ดาร์กช็อกโกแลตทำมาจากผงโกโก้ ซึ่งมีคุณค่าและให้สารอาหารบำรุงสมองที่มีคุณประโยชน์มาก หากบริโภคอย่างต่อเนื่องในปริมาณเหมาะสมมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งพบว่า ดาร์กช็อกโกแลตสามารถออกฤทธิ์ปรับอารมณ์ของมนุษย์ให้ดีขึ้นได้โดยเป็นผลมาจากสารโพลีฟีนอลที่มีอยู่ นอกจากนี้มันยังช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าอ่อนล้าและอาการเหน็ดเหนื่อยเรื้อรังไปได้ 6.น้ำมันมะกอกเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมายไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงหัวใจเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารบำรุงสมองด้วยเช่นกันโดยน้ำมันมะกอกก็คือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งสามารถเข้าไปมีส่วนช่วยในการเสริมโครงสร้างของเซลล์สมองช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคอัลไซเมอร์และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของประสาทในสมอง 7.ขอแนะนำอีกหนึ่งปลาทะเลที่มีโอเมก้า3และกรดDHAมากมายไม่ต่างจากปลาแซลมอนมาฝากค่ะ โดยปลาทูน่าเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่มีโปรตีนสูงมาก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใยการทำงานของหลอดเลือດและหัวใจทำให้เลือດสามารถไปเลี้ยงร่างกายและสมองได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังมีคอลลาเจนที่สามารถช่วยบำรุงผมผิวและเล็บของเราได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่อຢากทานปลาเพื่อบำรุงสมองแต่ไม่อຢากทานปลาแซลมอนเพราะเลี่ยนก็ลองทานปลาทูน่าสดๆหรือปลาทูน่าที่สุกแล้วคลุกกับสลัดก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ 8.ในมะเขือเทศมีวิตามินซีสูงช่วยบำรุงผิวพรรณช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันและช่วยต้านอนุมูลอิสระยิ่งไปกว่านั้น มะเขือเทศยังเป็นหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่หาง่ายและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย เพราะในมะเขือเทศมีวิตามินอีวิตามินดีและวิตามินอีพร้อมด้วยแร่ธาตุหลายชนิดมีส่วนช่วยป้องกับโรคอัลไซเมอร์ 9.ธัญพืชเป็นอาหารบำรุงสมองที่มีประโยชน์ต่อร่างกายวูงมากไม่ว่าจะเป็นเมล็ดดอกทานาตะวันงาหรือเม็ดแฟล็กซ์ที่ประกอบไปด้วยโปรตีนและวิตามินเอ ไปจนถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 10.แปะก๊วยเป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันมาอย่างช้านานช่วยป้องกัน โรคสมองเสื่อม อาการหลงๆลืมๆรวมถึงโรคซึมเศร้า จึงนิยมแนะนำให้ใช้เพื่อปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิตในสมอง เพราะเมื่อสมองขาดเลือດไปหล่อเลี้ยงย่อมเสื่อมสมรรถภาพและฝ่อไปในที่สุดส่งผลต่อการทำงานและประสิทธิภาพของสมองและยังมีการสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงสมองอีกด้วย ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว https://bit.ly/38yTUhNContinue Reading

เบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่ใครหลายคนติดใจเป็นหนักหนาเพราะรสชาติที่มันนุ่มลิ้นดีแท้ นักวิจัยกล่าวว่าเบียร์นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายดีต่อหัวใจประโยชน์ของเบียร์มีมากมายเลยทีเดียวค่ะ นอกจากจะมีสารต่างๆมากกว่า1,000ชนิด อีกทั้งมีทั้งวิตามินเกลือแร่ที่ช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อแข็งแรง ใครที่ชอบดื่มเบียร์คงจะถูกใจมิใช่น้อยเมื่อได้ยินว่าเบียร์มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่จะมีข้อดียังไงก็ควรดื่มแค่ควรก็พอค่ะวันนี้เราจึงแนะนำประโยชน์ของเบียร์ให้ได้ศึกษาเอาไว้ ดังนี้ 1. เบียร์ดีกับใจแล้วยังดีกับไตอีกด้วยงานวิจัยยกให้เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประโยชน์เหนือเครื่องดื่มใดๆ ในบรรดาแอลกอฮอล์ทั้งหมดนั่นก็เพราะก็ว่าเบียร์1ขวดช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในไตได้ถึง40%เลยทีเดียว 2. เบียร์ช่วยย่อยอาหารเบียร์ทั่วไป โดยเฉพาะเบียร์ดำมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำอยู่ประมาณ1กรัมต่อเบียร์300 มล.ต่างกับไวน์ที่ไม่มีไฟเบอร์เลยไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญในการทำงานของลำไส้(หากขาดไฟเบอร์ อาจทำให้เกิดความผิดปกติในระบบย่อยอาหารและลำไส้เช่นท้องผูกหรือท้องร่วง) 3. เบียร์ช่วยลดคอเลสเตอรอลไฟเบอร์ในเบียร์มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ 4. เบียร์ช่วยเพิ่มระดับวิตามินBเพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามินB1,B2,B6และB12 นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุว่าคนดื่มเบียร์มีปริมาณวิตามินB6ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 30%ส่วนคนที่ดื่มไวน์มีปริมาณวิตามินB6ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ15%เท่านั้น เรียกได้ว่าเบียร์แหล่งวิตามินB12ชั้นดีที่หาได้ຢากในอาหารทั่วไป อีกทั้งวิตามินB12ยังมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคโลหิตจางได้อีกด้วย 5. เบียร์ช่วยเสริมสร้างกระดูกเบียร์นั้นช่วยให้กระดูกแข็งแรง โดยจากการศึกษาของมหาวิทຢาลัยTuftsได้พบความเชื่องโยงในด้านที่ดีว่าการดื่มเบียร์หรือไวน์ในปริมาณที่พอดีนั้นช่วยให้กระดูกสะโพกมีความหนาแน่น 6. เบียร์ลดอาการโรคนอนไม่หลับป้องกันโรคนอนไม่หลับสารจากดอกHopsในเบียร์เปรียบเสมือนຢานอนหลับจากธรรมชาติ ช่วยให้ประสาทผ่อนคลายดังนั้นการดื่มเบียร์หนึ่งแก้วในตอนเย็นจึงเหมือนกับการกินຢานอนหลับ 7. เบียร์ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจป้องกันโรคหัวใจจากการศึกษาของนักวิชาการพบว่าผู้ที่ดื่มเบียร์มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่มเบียร์40–60%แต่ควรดื่มไม่เกินครึ่งลิตรต่อวัน 8. เบียร์ช่วยป้องกันเส้นเลือດอุดตันส่วนผสมในเบียร์มีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือດ ช่วยให้เลือດลมเดินดีขึ้น 9.ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและในไต นักวิชาการจากเมืองเฮลซิงกิประเทศฟินแลนด์ค้นพบว่าการดื่มเบียร์วันละหนึ่งขวดก็จะได้รับแมกนีเซียมซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตได้ถึง40% 10.เบียร์ช่วยลดความเครียดนักวิจัยของมหาวิทຢาลัยมอนทรีออลพบว่า การดื่มเบียร์วันละสองแก้วมีส่วนช่วยลดอาการเครียดจากการทำงานหรือคลายความวิตกกังวลได้ จิบเบียร์สักวันละกระป๋องหรือขวดเล็กช่วยผ่อนคลายความเครียดลงและลดความกังวลลงได้ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาหารหัวใจวายและเส้นเลือດในสมองแตกได้โดยพอประมาณสำหรับผู้หญิงนั้นไม่เกิน12ออนซ์ต่อวันและ24ออนซ์สำหรับผู้ชาย “เบียร์” เป็นเครื่องดื่มรูปแบบที่ผ่านกระบวนการหมักจากผลิตภัณฑ์พวกธัญพืช ประวัติศาสตร์ของเบียร์นั้นมีมาຢาวนานเบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลกเริ่มผลิต6,000ปีก่อนคริสตกาล โดยชนชาติบาบิโลเนียน โดยใช้ข้าวบาร์เลย์เป็นวัตถุดิบภายหลังมีการผสมพืชอีกหนึ่งชนิดเข้าไปคือฮอปทำให้มีกลิ่นหอม,รสชาติขมและสามารถรักษาคุณภาพของเบียร์ให้เก็บได้นานขึ้นแต่เบียร์เหล่านี้แตกต่างจากเบียร์ในปัจจุบันและเนื่องจากเครื่องปรุงและกຣຣมวิธีในการผลิตเบียร์แตกต่างกันไปตามสถานที่ลักษณะของเบียร์(ชนิดของเบียร์,รสชาติ,และสี)จึงมีความแตกต่างกันได้มาก ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว https://bit.ly/3ao10YkContinue Reading

ไข่ไก่เป็นอาหารที่ย่อยง่ายจึงมีความนิยมนำไปปรุงเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วย ยังมีส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างคือเลซิธินที่มีอยู่ในไข่แดงมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองช่วยบำรุงฟื้นฟูความสดใสให้กับสมองได้ อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานไข่ไก่จะช่วยคลายความเครียดบรรเทาความเมื่อยล้าและฟื้นฟูกำลังได้เป็นอย่างดี ส่วน6อันดับเมนูไข่ที่ทานแล้วผอมมีดังนี้ 1.ไข่ต้ม80kcal ไข่ต้มเป็นอาหารจากไข่ของสัตว์ปีกหรือสัตว์ชนิดอื่นๆที่นิยมรับประทานคือไข่ไก่ไข่เป็ดไข่นกกระทา ทำโดยแช่ไข่ในภาชนะที่มีน้ำให้ความร้อนจนเดือด เนื้อไข่ที่เหลวจะแปรสภาพเป็นของแข็งถ้าต้มไม่สุก เรียกว่าไข่ลวกซึ่งนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้าถ้าไข่ขาวสุกแต่ไข่แดงไม่สุก(ต้ม7-8นาที)เรียกว่า ไข่ต้มຢางมะตูม 2.ไข่เค็ม80kcal ไข่เค็ม เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งโดยมากมักจะใช้ไข่เป็ดแล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือหรือนำไปพอกด้วยวัสดุที่ผสมเกลือเพื่อให้เกลือซึมเข้าไปในเนื้อของไข่เพื่อให้สามารถเก็บไข่ไว้ได้นานขึ้น ไข่เป็ดเค็มที่ผลิตจากการแช่น้ำเกลือจะมีกลิ่นน้ำเกลือไข่ขาวจะแน่นและเนียนในขณะที่ไข่แดงจะมีสีออกส้มอมแดง แต่ถ้าใช้ไข่ไก่จะมีรสชาติและรสสมผัสที่แตกต่างออกไปและรสชาติไข่แดงจะเข้มข้นน้อยกว่าไข่เป็ด 3.ไข่ตุ๋น90kcal อาหารชนิดหนึ่งทำโดยตีไข่แดงกับไข่ขาวให้เข้ากัน ปรุงรส แล้วนำไปนึ่งสุก 4.ไข่เยี่ยวม้า97kcal ไข่เยี่ยวม้าหรือไข่สำเภา คือ การแปรรูปไข่เพื่อการบริโภครูปแบบหนึ่งของคนจีนที่มีมาแต่โบราณกาลคนจีนเรียกว่าเหอี่ยหม่าหรือจี๋ไฮ่โดยการใช้กຣຣมวิธีทำให้เป็นด่างถือว่าเป็นการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ง สามารถทำได้กับไข่เป็ดไข่ไก่และไข่นกกระทาโดยนำไข่ไปแช่หรือหมักในส่วนผสมที่มาจากปูนขาว,เกลือ,โซเดียมคาร์บอเนต,ใบชาดำ,สังกะสีออกไซด์และน้ำ 5.ไข่ดาว125kcal ไข่ที่ตอกลงไปทอดในกระทะโดยไม่ต้องตีให้ไข่แดง และไข่ขาวปนกัน. 6.ไข่เจียว250kcal ไข่ที่ตีไข่แดงกับไข่ขาวเข้าด้วยกันปรุงรสแล้วทอดให้สุกในน้ำมัน. ไข่ไก่1ฟองให้พลังงาน75กิโลแคลอรี่ มีโปรตีน กรัม ไขมัน5กรัม(ไขมันอิ่มตัว 1.6 กรัม)มีคอเลสเตอรอลประมาณ200มิลลิกรัม ปริมาณคอเลสเตอรอลที่แนะนำให้บริโภคต่อวันคือไม่ควรบริโภคเกิน300มิลลิกรัม ประโยชน์ของไข่ไก่ กล้ามเนื้อแข็งแรงโปรตีนในไข่จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง,สมองทำงานดีขึ้น:ไข่จะมีแร่ธาตุและวิตามินซึ่งใช้บำรุงสมองความจำ,ทำให้ร่างกายใช้พลังงานอย่างเต็มที่ไข่จะมีแร่ธาตุและวิตามินทำช่วยในการสร้างพลังงาน ทำให้ภูมิร่างกายแข็งแรงเนื่องจากไข่มีทั้งวิตามินเอบีselenium,ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจe:Cholineช่วยในการย่อยสลายhomocysteineซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ,ครรภ์แข็งแรงเนื่องจากไข่มารอาหารที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์,บำรุงสายตาLuteinและzeaxanthinป้องกันการเกิดจอประสาทตาเสื่อม,ลดน้ำหนักโปรตีนในไข่จะทำให้ร่างกายใช้พลังงานเต็มที่และไม่หิวง่าย บำรุงผิว:แร่ธาตุและวิตามินในไข่จะช่วยบำรุงผิว ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว https://bit.ly/2FInzJ9Continue Reading